วันอังคารที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ครม. อนุมัติให้วันที่ 12 เมษายน 2561 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเติม เป็นกรณีพิเศษ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์

ครม. อนุมัติให้วันที่ 12 เมษายน 2561 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเติม เป็นกรณีพิเศษ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์




พันเอก อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (27 ก.พ.61) ได้มีการพิจาณากำหนดวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ ประจำปี 2561 เนื่องจากปีนี้วันหยุดสงกรานต์ จะหยุดเพียง 4 วัน และวันที่ 14 -15 ตรงกับวันเหยุดเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งตามระเบียบจะสามารถชดเชยได้เพียง 1 วัน คือ วันที่ 16 เมษายน 2561 คณะรัฐมนตรีจึงอนุมัติให้วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน 2561 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเติม เป็นกรณีพิเศษ อีก 1 วัน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวมทั้งสิ้นเป็น 5 วัน คือ วันที่ 12-16 เมษายน 2561 ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนภาคธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว และขอให้หน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน สามารถวางแผนการดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนงานล่วงหน้า ตั้งแต่ในเรื่องของการอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนที่เดินทางกลับช่วงเทศกาลวันหยุดสงกรานต์ รวมทั้งการรักษาความปลอดภัยด้วย


ที่มา :สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

วันอังคารที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2561

ชื่นชมเด็ก ม.2 อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ เก็บเงิน 4 หมื่น คืนเจ้าของ

ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ มอบเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติ เด็กนักเรียนอำเภอหนองกี่ เก็บเงิน สี่หมื่นบาทส่งคืนเจ้าของ


********* วันนี้ (30 ม.ค. 61) เวลา 9.30 น. นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ มอบเกียรติเป็นผู้มีคุณธรรม ประพฤติดี ซื่อสัตย์ สุจริต สมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นแบบอย่างที่ดี  ให้แก่ เด็กชายภูวดล ทับผา และเด็กชายยงยุทร บุญมี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านหนองตาดำ ตำบลเย้ยปราสาท อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ เก็บกระเป๋าเงินได้ที่บริเวณถนนเย้ยปราสาท – โคกสูง จำนวนเงินประมาณ 40,000 บาท ซึ่งเจ้าของได้เก็บเงินฌาปนกิจมาแล้วทำหล่นหาย ในการประชุมประจำเดือนหัวหน้าส่วนราชการ ณ หอประชุมจังหวัดบุรีรัมย์  ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์




******** สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2560 เด็กชายยงยุทธ บุญภูมิ และเด็กชายภูวดล ทับผา ซึ่งทั้ง 2 เป็นเพื่อนกัน เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน และอยู่ห้องเดียวกัน ได้ขับรถจักรยานยนต์กำลังจะไปในตัวตำบล เย้ยปราสาท ระหว่างทางได้เหลือบไปเห็นกระเป๋าสตางค์ที่ตกอยู่บริเวณขอบถนน จึงได้จอดรถและลงไปหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาเปิดดู พบเงินในกระเป๋าสตางค์เป็นจำนวนมาก (ประมาณ 40,000 บาท) จึงได้โทรหาคุณครูประจำชั้นชื่อ นายธนภัทร สุทธะสนธิ์ ตำแหน่งครูชำนาญการโรงเรียนบ้านหนองตาดำ และบอกคุณครูว่าตนได้เก็บกระเป๋าสตางค์ได้และพบเงินเป็นจำนวนมาก จะให้ทำอย่างไรดี คุณครูประจำชั้นจึงให้เด็กทั้ง 2 ดูในกระเป๋าอีกครั้งว่าในกระเป๋านั้นมีบัตรประชาชนหรือไม่ พอเปิดดูจึงพบบัตรประชาชนของคุณสังวาล งาหอม ซึ่งเป็นชาวอำเภอหนองกี่ อาศัยอยู่บ้านใหม่หนองตาดำ หมู่ที่ 6 ตำบลเย้ยปราสาท อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ คุณครูจึงให้เด็กทั้ง 2 นำกระเป๋าสตางค์ไปคืนเจ้าของ จากนั้นเด็กทั้ง 2 จึงได้นำกระเป๋าสตางค์ไปคืนเจ้าของพร้อมทั้งเงินในกระเป๋าสตางค์จำนวนครบถ้วนถูกต้อง เมื่อคุณสังวาล งาหอม ได้รับกระเป๋าสตางค์คืนก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เพราะเงินจำนวนที่หายไปเป็นเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ของหมู่บ้าน ซึ่งตนเองเป็นผู้ดูแลอีกทั้งยังเป็นคณะกรรมการเก็บเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ของหมู่บ้าน ซึ่งหากเงินจำนวนนี้หายไปตนจะต้องหาเงินมาคืนให้กับหมู่บ้าน








วันอังคารที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2561

บุรีรัมย์เตรียมประกาศใช้คำขวัญของจังหวัดใหม่

จังหวัดบุรีรัมย์ เตรียมเปลี่ยนคำขวัญของจังหวัดใหม่ ให้เข้ากับบริบทในบัจจุบัน

          วันนี้(16 ม.ค 61)  นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงคำขวัญจังหวัดบุรีรัมย์ ประจำปี 2561  เพื่อพิจารณาปรับปรุงคำขวัญจังหวัดบุรีรัมย์ใหม่ ให้มีความสอดคล้องและครอบคลุมกับบริบทของจังหวัดในปัจจุบัน

           ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์  กล่าวว่า  คำขวัญประจำจังหวัดเริ่มกำหนดใช้ในปี พ.ศ.2530 โดยรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นผู้ริเริ่มให้มีคำขวัญประจำจังหวัด ให้ทุกจังหวัดกำหนดคำขวัญของแต่ละจังหวัด เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและของดีแต่ละจังหวัด ซึ่งคำขวัญจังหวัดบุรีรัมย์  คือ"เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม”ได้ประกาศใช้คำขวัญประจำจังหวัดมาเป็นเวลานานกว่า 30 ปีแล้ว  ปัจจุบันจังหวัดบุรีรัมย์ ได้พัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ  สังคมและกีฬาที่ก้าวล้ำในระดับนานาชาติ แต่ยังคงอนุรักษ์ สืบสาน ประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามและความเป็นอัตลักษณ์ของชาวบุรีรัมย์ไว้อย่างต่อเนื่อง  แต่เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงของจังหวัดบุรีรัมย์ในปัจจุบัน ซึ่งมีการพัฒนาปรับโฉม สู่การเป็นเมืองกีฬา หรือ sport city ที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นในระดับประเทศแล้ว

          ด้านผศ.ดร.สรเชต วรคามวิชัย  กรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดบุรีรัมย์  กล่าวว่า  การคัดเลือกคำขวัญจังหวัด คำขวัญแรก คือ "เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยช้าง” เนื่องจากสมัยนั้น งานช้างสุรินทร์ กำลังเป็นที่นิยม และช้างส่วนหนึ่งไปจากอำเภอสตึก จ.บุรีรัมย์ และต่อมาแก้ไข คำสุดท้าย เป็นรวยวัฒนธรรม ซึ่งหมายถึง วัฒนธรรม 4 เผ่า คือ เขมร ลาว กูย และไทยโคราช  ต่อมาได้มีการปรับปรุง โดยการประกวดคำขวัญระดับจังหวัด ในช่วงที่มีการเรียกร้องคืนทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ และมีการส่งเสริมสวนนกและกิจกรรมวัฒนธรรมอื่นๆ และได้คัดเลือกคำขวัญ คือ ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมงาม วัฒนธรรมล้ำค่า สกุณาธารป่าทอง คำขวัญนี้ใช้อยู่ช่วงเวลาหนึ่ง และในที่สุดก็ได้เปลี่ยนกลับมาใช้คำเดิม คือ "เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม”

          ทั้งนี้  ที่ประชุมได้มีการนำเสนอแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการใช้คำขวัญประจำจังหวัดอย่างหลากหลายและมีมติให้ยังคงคำขวัญเดิมไว้และเพิ่มเติม คำใหม่ว่า เลิศล้ำเมืองกีฬา  เป็นคำขวัญว่า

"เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม เลิศล้ำเมืองกีฬา”

ซึ่งจะเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการจังหวัดและประกาศใช้คำขวัญใหม่ต่อไป

ประกาศคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ.2561

ประกาศคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศ...